โฆษณา

บทความที่ได้รับความนิยม

สนทนาออนไลน์


ข่าว Manager Online - Breaking News

Posttoday.com : Breaking News

วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เส้นทางที่แตกต่าง

ห่างหายจากการเขียนบทความไปเสียนาน  หวังว่าเพื่อนๆ คงจะไม่ลืมกันนะครับ

วันนี้ ไม่ได้มาเขียนบทความโหราศาสตร์ แต่อยากจะมาบรรยายถึงเรื่องราวๆ ต่างๆ เพื่อให้ข้อคิด
แก่เพื่อนๆ ที่ชอบ "ดูดวง"

ช่วงเวลาหนึ่งที่ได้ก้าวเข้าสู่ เพศบรรพชิตนั้น  ผมได้มีโอกาสศึกษาวิชาเกี่ยวกับ พุทธศาสนา ค่อนข้างเยอะพอสมควร ซึ่งอาจไม่มากเท่ากับผู้ศึกษาอย่างจริงจัง  แต่เชื่อว่า ความรู้ต่างๆที่ได้รับมีมากกว่า สมัยเรียนวิชา พุทธศาสนา ในสมัยเด็กๆ แน่นอน

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เนื้อหาเรื่อง "7 สหชาติ" อันเป็นเรื่องราว เกี่ยวกับ การกำเนิดของสิ่งต่างๆ ทั้งสิ่งที่มีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่ง"เกิดพร้อมกับพระพุทธเจ้า" คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 มีด้วยกัน 7 อย่าง

( พระอาจารย์ที่สอนผม บอกให้จำง่ายๆ คือ คน 4  สัตว์ 1 พืช 1 ขุมทรัพย์ 1 )



 1. พระนางพิมพา
หรือพระนางยโสธรา เป็นพระชายาของพระสิทธัตถะ  และเป็นพระมารดาของพระราหุล ภายหลังออกบวชมีนามว่า พระภัททกัจจานา

  2. พระอานนท์
เป็นเจ้าชายในศากยวงศ์ (ญาติของพระพุทธเจ้า) ท่านออกบวชในพุทธศาสนา และได้รับเลือกเป็นพระอุปัฏฐากประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้า ท่านบรรลุพระอรหันต์หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว 3 เดือน  ( การบรรลุอรหันต์ของท่านเป็นวันก่อนมีการทำปฐมสังคายนา ) เป็นกำลังสำคัญในคราวทำปฐมสังคายนา ท่านดำรงชีวิตสืบมาจนถึงอายุได้ 120 ปี จึงปรินิพพานในอากาศเหนือแม่น้ำโรหิณี ซึ่งเป็นเส้นกั้นแดนระหว่างแคว้นของพระญาติสองฝ่ายคือศากยะ และโกลิยะ

     3. นายฉันนะ
เป็นอำมาตย์คนสนิท และเป็นสารถีของเจ้าชายสิทธัตถะในวัง เสด็จออกบรรพชาเมื่อมีพระชนม์ได้ 29 พรรษา นายฉันนะตามเสด็จไปด้วยและนำเครื่องอาภรณ์พร้อมทั้งคำกราบทูลของเจ้าชายสิทธัตถะกลับกรุงกบิลพัสดุ์ ภายหลังบวชเป็นภิกษุถือตัวว่าเป็นคนใกล้ชิดพระพุทธเจ้ามาแต่เก่าก่อน ใครว่าไม่ฟังเกิดความบ่อย ๆ หลังจาก พระพุทธเจ้าปรินิพานแล้ว ถูกสงฆ์ลงพรหมทัณฑ์หายพยศและได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์

     4. อำมาตย์กาฬุทายี
เป็นพระสหายสนิทของเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์พระเจ้าสุทโธนะส่งไปทูลเชิญพระศาสดาเพื่อเสด็จมากรุงกบิลพัสดุ์  ( ในพุทธประวัติ จะมีบทบาทโดดเด่นคือการไปทูลเชิญพระพุทธเจ้า เพราะคนอื่นมาทูลเชิญไม่สำเร็จ ) อำมาตย์กาฬุทายีไปเผ้าพระศาสดาที่กรุงราชคฤห์ ครั้นได้ฟังพระธรรมเทศนาบรรลุพระอรหัตตผล อุปสมบทเป็นภิกษุแล้วทูลเชิญพระศาสดาพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จกรุงกบิลพัสดุ์ ท่านได้รับยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะ ในบรรดาผู้ทำตระกูลให้เลื่อมใส

     5. ม้ากัณฐกะ
ม้าพระที่นั่งของเจ้าชายสิทธัตถะ ตัวม้ายาวจากคอถึงหาง 18 ศอก ส่วนสูงก็เหมาะสมกับส่วนยาว มีสีขาวผ่องเหมือนเปลือกหอยสังข์ที่ขาวสะอาด ในราตรีที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จหนีออกจากพระราชวัง เพื่อเสด็จออกพรรพชา การเดินทางครั้งนี้มีนายฉันนะเกาะหางม้ากัณฐกะไปด้วย ม้ากัญฐกะเดินทางถึงแม่น้ำอโนมาใช้เวลาเที่ยงคืนถึงเช้าระยะทาง 30 โยชน์ (480 กิโลเมตร) กระโดดครั้งเดียวก็ข้ามแม่น้ำอโนมา เมื่อข้ามฝั่งแม่น้ำแล้วเจ้าชายสิทธัตถะจึงรับสั่งว่า กัณฐกะเจ้าจงกลับไปยังเมืองกบิลพัสดุ์เถิด ม้ากัณฐกะจึงเหลียวมองไปทางเจ้าชายสิทธัตถะ พอเจ้าชายลับสายตาไป ม้าก็ถึงแก่ความตายเนื่อง จากเสียใจ และได้ไปเกิดอยู่ในดาวดึงส์ มีชื่อว่า "กัณฐกเทวบุตร"

     6. ต้นมหาโพธิ์

เจ้าชายสิทธัตถะขณะที่มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา ทรงบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในวันเพ็ญ เดือน 6 ใต้ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ภายในป่าสาละ ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ

     7. ขุมทรัพย์ทั้งสี่
ขุมทรัพย์ทั้ง 4 หรือนิธิกุมภี คือขุมทอง 4 ขุม ได้แก่ ขุมทองสังขนิธี ขุมทองเอลนิธี ขุมทองอุบลนิธี ขุมทองปุณฑริกนิธี

สิ่งที่อยากจะให้เพื่อนๆ ลองพิจารณา ให้เรากลับมาดู แค่ คน 4 คน ตั้งแต่ ข้อ 1 ถึง 4 นั้น แม้จะเกิดพร้อมกับพระพุทธเจ้า  แต่ก็มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป  ตามกรรมที่ได้กระทำไป เมื่อเทียบกันแล้วท่านคิดดูซิครับว่า ในบรรดา ผู้ที่เกิดพร้อมกับพระพุทธเจ้า  เทียบกับพระพุทธเจ้าแล้ว ใครจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมากกว่ากัน

สิ่งที่ได้รับจากบทเรียนนี้ สำหรับผมแล้ว มีประเด็นน่าเก็บมาคิดคือ

1. การประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับความเพียรพยายาม และอดทนอย่างยิ่งยวด หาใช่เพียงรอโชคชะตาหรือฤกษ์ยามใดๆ

2. ทุกคนล้วนต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดา หรือสูงส่งเช่นเชื้อสายพระมหากษัตริย์ เหตุที่เกิดขึ้นนั้นอาจต่างกัน

3. ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง สำหรับคนธรรมดานั้น การระบุวันตาย เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าจะ ตายเมื่อไหร่ อายุจะยืนแค่ไหน  ที่สำคัญกว่าก็คือ เมื่อมีชีวิตอยู่ เราได้ทำอะไรไปบ้าง

4. เมื่อรู้ตัวว่าทำผิดพลาด สมควรแก้ไข ย่อมนำไปสู่ความเจริญ  ไม่ใช่ว่าผิดแล้วก็ปล่อยให้ผิดไปอยู่เรื่อยๆ

หวังว่าบทความสั้นๆ นี้ คงพอเป็นข้อคิดเล็กๆน้อยๆให้กับผู้สนใจเรื่องดูดวง นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น