โฆษณา

บทความที่ได้รับความนิยม

สนทนาออนไลน์


ข่าว Manager Online - Breaking News

Posttoday.com : Breaking News

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ลักษณะดวงที่ผิดหวังกับความรัก

หลายคนมีรักก็เหมือนมีทุกข์  แต่ก็ยังคงแสวงหาความรักอยู่เสมอ
บ้างผิดหวัง ก็ทำใจได้ บ้างผิดหวังก็ทำร้ายตัวเอง  วันนี้จะขอเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับ
วิชาโหราศาสตร์ไทย ข้อเสนอนี้ มาจากมุมมองของตัวเอง ขออย่าได้ยึดเป็นตำรา บางข้อเองก็มีระบุแล้วในตำราโหราศาสตร์ไทยหลายๆตำรา

1.ผู้ที่มีดาวมฤตยู อยู่เรือนปัตนิ หรืออยู่ร่วมกับดาวเจ้าเรือนปัตนิ 

ดาวมฤตยู ว่ากันว่าเป็นดาวแห่งภัยอาเพศ และส่งผลไปในลักษณะด้านความเปลี่ยนแปลง และการทำลาย ดังนั้นผู้ที่มีดาวมฤตยูร่วมดาวเจ้าเรือนปัตนิ หรืออยู่เรือนปัตนิ ย่อมถูกผลกระทบแห่งดาวมฤตยูเช่นกัน
แต่ในหลายๆครั้งที่ดูมา  บางทีเจ้าชะตาก็ได้ คู่ที่ผ่านการแต่งงานมาก่อน เช่น พ่อหม้าย แม่หม้าย เราจึงอาจจะตีความหมายไปได้ว่า ได้คู่ที่เคยผ่านการล้มเหลวด้านคู่ครองมาก่อน

2.ผู้ที่ดาวเสาร์ร่วมดาวเจ้าเรือนปัตนิ หรืออยู่เรือนปัตนิ

ดาวเสาร์ เป็นดาวแห่งโทษทุกข์ และความเชื่องช้ายาวนาน เมื่อมาสัมพันธ์กับปัตนิแล้ว ย่อมนำเอาผลของความทุกข์ยาก และความยาวนานมาด้วย ดังนั้นดวงลักษณะนี้  มีคู่เร็วหรือมีในช่วงวัยปกติ เช่น 20 กว่าๆ มักจะไม่ค่อยสมหวังซะเท่าไร เว้นแต่ว่า หาคู่ที่เป็นลักษณะดาวเสาร์ เช่น อายุต่างกันมาก และมักจะแก่กว่า เจ้าชะตา แต่บางทีกลับพบว่า อ่อนกว่าเจ้าชะตามากเช่นกัน  บางทีกว่าจะลงเอยกันไป ก็ปาเข้าไป 30 ปลายๆ หรือเกินกว่านั้น

3.ผู้ที่มีดาวเสาร์กุมดาวศุกร์  

จากข้อที่ 2 ดาวเสาร์เป็นดาวแห่งโทษทุกข์ เมื่อมากุมกับดาวแห่งความรัก คือ ดาวศุกร์  ย่อมส่งผลถึงบรรยากาศความรัก ที่จะทำให้เจ้าชะตา ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร  ดาวเสาร์เป็นดาวแห่งการคิดระแวดระวัง บางคู่ก็จะเกิดความระแวงกัน จนเกิดเป็นปัญหาความรัก  อันว่าดาวเสาร์กุมดาวศุกร์ เจ้าชะตามักจะไปลงเอยกับคนที่ไม่ได้รัก  ส่วนคนที่รักไม่ได้ลงเอยกันก็มี

4.ผู้ที่มีดาวเจ้าเรือนปัตนิเป็นกาลี หรือมีดาวกาลีกุมดาวเจ้าเรือนปัตนิ หรือศุกร์

กรณีนี้จะนำหลักทักษาเข้ามาประกอบด้วย อันว่า ดาวใดที่เป็นกาลี ในทักษา ย่อมเป็นความเสื่อมเสีย ความชั่วร้าย และตัวแทนของสิ่งไม่ดี  ยิ่งดาวกาลีมีตำแหน่งดีๆ ก็ยิ่งส่งผลหนักขึ้น ความเป็นกาลีนี้เอง จะส่งผลต่อคู่ครอง ทำให้คู่รักอาจพบกับปัญหาระหว่างที่คบหากันก็เป็นได้  อีกกรณีหนึ่งคือ คู่รักเจ้าชะตาไม่ค่อยถูกทำนองครองธรรมซะเท่าไร เช่น ไปได้ เมียคนอื่น หรือ สามีคนอื่น ส่งผลให้เสื่อมเสียต่อเจ้าชะตาและคู่ครอง 

5. ผู้มีดาวศุกร์ตำแหน่งเสีย และมีดาวเสาร์/ดาวที่มีทักษาเป็นกาลีกุมดาวจันทร์

ดาวศุกร์เป็นดาวแห่งความรัก เมื่อได้ตำแหน่งเสีย แล้ว ความรักก็ไม่ค่อยดีเป็นทุนเดิม หากมีดาวเสาร์หรือดาวที่เป็นกาลี มาร่วมกุมกับจันทร์ ส่งผลให้จิตใจของเจ้าชะตาไม่มีความสุข หวาดระแวงและคิดมาก อันจะส่งผลถึงชีวิตความรักได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพื้นดวงท่านจะเป็นอย่างไร  ก็ขอให้นึกไว้เสมอว่า การกระทำของคนเราในปัจจุบันมีส่วนช่วยปรับปรุง แก้ไข ข้อเสียต่างๆในดวงได้  ขอให้ใช้สติปัญญา ในการแำ้ก้ปัญหา มากกว่าใช้อารมณ์ จะช่วยนำพาชีวิตท่านให้มีความสุขได้ 

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เปิดโลกทัศน์ แก้กรรม

แนวทางสำหรับการแก้ไขวิบากกรรมให้เบาบางลงไป

คำแนะนำในการแก้กรรม

สำหรับท่านที่ผิดพลาดไปแล้ว ก็อยากขอแนะนำหนทางแก้ไข วิบากกรรม เหล่านั้นให้บรรเทาลงไปหรือหมดไปในที่สุด ใช้ได้กับ กรรม ทุกประเภท มีข้อแนะนำดังนี้


1. ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่กำลังติดตามให้ผลเราอยู่ทุกรูปแบบ เพื่อให้ดวงวิญญาณนั้นเห็นว่า เรามีความตั้งใจจริงและสำนึกในผลกรรมที่ได้กระทำลงไป เช่น การทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทาน ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน ถวายพระพุทธรูป ถวายผ้าไตร ไถ่ชีวิตสัตว์ ฯล แล้วตั้งใจกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ในตัวของเราเท่านั้น แต่ท่านต้องเข้าใจเสียก่อนว่านี่เป็นเพียงทานกุศล เป็นกุศลเบื้องต้นที่ยังหยาบอยู่ซึ่งอาจจะไม่พอเพียงสำหรับการไถ่โทษฑัณฑ์ที่ได้กระทำผิดไว้กับเจ้ากรรมนายเวรตนนั้นก็ได้

2. การบวชพราหมณ์หรือการบวชพระ การถือศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 ตามเพสภาวะ ส่วนจะเป็นการบวชกี่วันย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เมื่อบวชแล้วควรสวดมนต์ไหว้พระ ทำวัตรเช้า-เย็น เจริญสมาธิภาวนาให้มาก เพราะเป็นกุศลที่ละเอียดสูงกว่าการให้ทานข้างต้น เพราะการบวชชีพราหมณ์หรือการถือศีล 8 เป็นระดับของบุญที่สูงกว่าการให้ทาน นอกจากจะมีโอกาสทำวัตรเช้าเย็น ก็ยังได้นั่งสมาธิแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลที่เป็นทิพย์ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรอีกด้วย หรือ ถ้าเป็นกรรมหนักและเป็นผู้ชายก็อาจบวชพระ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรก็ยิ่งดีมาก

3. เจริญสมาธิภาวนา แม้เราจะไม่มีเวลาไปบวชถือศีลที่วัดก็ตาม เราก็ควรจะทำบ้านให้เป็นวัด ด้วยการสวดมนต์และเจริญสมาธิภาวนาให้เป็นนิจ เพราะบุญจากการเจริญสมาธิภาวนา เป็นกุศลที่ละเอียดมากและสูงที่สุด ซึ่งเป็นที่ปรารถนาของทุกดวงจิดดวงวิญญาณ เพราะผู้มีกายทิพย์หรือกายละเอียดย่อมอยากได้บุญที่ละเอียดเช่นกัน อีกประการหนึ่ง จะเป็นการคลายขันธ์หรือปรับปรุงธาตุขันธ์ให้ผ่อนคลายระงับ เบญจขันธ์อันประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ กรรมเล็ก กรรมน้อย จะถูกขับผ่อนคลายออกจากขันธ์ได้บางส่วน ทำให้ดีขึ้นและเกิดปิติสุขตามมา พยายามให้จิตแน่วแน่มั่นคง จนจิตดิ่งวูบจนเกิดความสงบและสุขในใจ แล้วแผ่เมตตาให้ดวงจิตดวงวิญญาณนั้นมาอนุโมทนา และให้เป็นอโหสิกรรมต่อกัน เพราะองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้กล่าวว่า หากเราทำจิตให้นิ่งสงบได้เพียงช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น ย่อมสามารถปิดอบายภูมิได้ คือ ทำความดีหนีความชั่ว ดังนั้นแม้ไม่อาจจะไปบวชชีพราหมณ์ได้ ก็อยู่ปฏิบัติเอาเองที่บ้านก็ได้ แต่ขอให้ทำจริงเท่านั้น

4. การขออโหสิกรรม หรือ การให้อภัยทาน ในบรรดาทานทั้งหลายอันประกอบด้วย วัตถุทาน ธรรมทานและอภัยทาน ถือว่าอภัยทานเป็นทานในระดับปรมัตถทานบารมี หากมีการให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน กรรมนั้นย่อมเป็นโมฆะ หลุดพ้นจากบ่วงกรรมนั้นทันที ดังนั้นหากเจ้ากรรมนายเวรใดปรากฏตนต่อหน้าในขณะนั้น ก็พึงประกาศขออโหสิกรรมกันทันที หากแม้ว่าอีกฝ่ายไม่ยอม กรรมนั้นก็ย่อมดำเนินการส่งผลต่อไป สุดแท้แต่ลักษณะแห่งกรรมที่กระทำกันมา ดังนั้น ทุกครั้งที่ทำบุญแล้วให้กรวดน้ำแผ่เมตตา ระบุถึงเจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ในตัวข้าพเจ้า หรือ ที่ติดตามข้าพเจ้า ให้มาอนุโมทนาในส่วนบุญส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าอุทิศให้นี้ และกรรมอันใดที่ได้กระทำไปโดย เจตนาก็ดี ไม่เจตนาก็ดี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ขอให้เป็นอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อเป็นการแสดงความตั้งใจที่จะอุทิศให้แก่เขาจริง ๆ และด้วยความสำนึกผิด

5. ขอร้องไกล่เกลี่ย เมื่อทำทุกอย่างที่แนะนำแล้ว เหตุการณ์รอบ ๆ ตัว หรือ สุขภาพการเจ็บป่วยไม่ดีขึ้น ก็ต้องหาคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยให้ ดังนั้น “พระสงฆ์”ผู้ทรงศีล จึงเป็นทางออกที่ดี เพราะท่านเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และมีศีล 227 ย่อมมีวิธีการเจรจาไกล่เกลี่ยให้ เพราะเราเป็นจำเลย แต่วิญญาณที่อาฆาตเป็นโจทก์ ดังนั้นถึงแม้เราจะพยามสร้างบุญสร้างกุศลทุกรูปแบบแล้ว เจ้ากรรมนายเวรอาจจะยังไม่ยอมก็ได้ เพราะความโกรธยังมีอยู่จึงไม่ยอมฟังเสียงร้องขอของเรา จึงจำเป็นต้องอาศัยคนกลางที่เป็นที่เคารพนับถือหรือเกรงใจกันไกล่เกลี่ยให้ โดยอาศัยจิตสำนึกในบาปบุญที่ได้กระทำมา และสร้างกุศลอยู่เสมอเป็นสำคัญ ประกอบด้วยพระสงฆ์ที่มีบุญฤทธิ์และเมตตาจิตที่แผ่เมตตาโปรดสัตว์ผู้ทุกข์ยากทั้งหลาย ให้เกิดปัญญาดวงตาเห็นธรรม จนยอมละวางและให้อโหสิกรรมต่อกัน


หลักของการเผชิญกรรม


ในเมื่อเรารู้จักความน่ากลัวของกรรมแล้ว ก็ควรใช้สติป้ญญาในการแก้ไขวิบากกรรมเหล่านั้นให้บรรเทาเบาบางลงไป เมื่อไม่รู้ก็หาผู้รู้ชี้แนะแนวทางให้ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาปล่อยให้กาลเวลาผ่านไปโดยไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นจึงขอชี้แนะหนทางหรือแนวทางการแก้ไขวิบากกรรมดังนี้
1. สติป้ญญา ในกรณีที่กรรมดีกำลังให้ผล ก็อย่าหลงระเริงจนตกอยู่ในความประมาท หมั่นทำบุญให้ทาน รักษาศึล ภาวนา อยู่เนืองนิตย์แต่ในขณะเดียวกันเมื่อตกอยู่ในวิบากกรรม ก็อย่าท้อแท้จนสิ้นหวัง คิดมากเกินไปจนเกิดความเครียดจนกลายเป็นโรคประสาท อาจทำให้ขาดสติและป้ญญา เพ้อคลั่งอารมณ์ฉุนเฉียวจนเกินเหตุ และแก้ไขโดยวิธีที่ผิด

2. เจริญภาวนา การเจริญพระกรรมฐานก็เป็นหนทางหนึ่งในการสร้างบุญบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เหมือนทำดีหนีชั่ว เพราะถ้าผู้ใดปฏิบัติจนได้ฌาณสมาบัติ ร่างกายจะหยุดทำงานชั่วคราว เป็นการแยกกายกับจิตออกจากกัน จนเป็นเหตุให้กายระงับพ้นจากวิบากกรรมไปชั่วขณะ จนผ่านพ้นช่วงวิบากกรรมไปตามวาระ อีกทั้งเป็นการสร้างกรรมใหม่ที่ดี ยังให้เกิดกุศลกรรมเพิ่มขึ้นอีกด้วย ทำให้วิบากกรรมไม่อาจให้ผลได้ในช่วงขณะนี้ ดังนั้นวัดและสำนักปฏิบัติธรรมทั้งหลายจึงเป็นแหล่งที่จะช่วยให้พ้นจากกรรมวิบัติที่เกิดขึ้นได้

3.การแทรกแซงกรรม คือการแก้ไขวิบากกรรมให้เบาบางลงไป โดยพิจารณาว่าอกุศลกรรมใดกำลังให้ผลเราอยู่ และควรแก้ไขโดยวิธีใดวิธีหนึ่งที่เหมาะสม เพื่อคลายกรรมนั้น เช่น การถวายสังฆทาน ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ บวชชีพราหมณ์ สร้างพระพุทธรูป อุทิศส่วนกุศลแก้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่กำลังให้ผลเราอยู่ในขณะนั้น ดังนั้นการสร้างกุศลเป็นพิเศษในช่วงนี้ จึงเป็นการเข้าไปแทรกแซงผลของกรรม หรือขออโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ถ้าหากเจ้ากรรมนายเวรยอมรับก็จะคลายกรรมให้เราเอง
เนื่องจากกรรมทั้งหลายมากันต่างกรรมต่างวาระ บางครั้งก็หนัก บางครั้งก็เบา และส่งผลไม่พร้อมเพรียงกัน ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้กระทำ และความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกระทำ เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย

4. การคลายขันธ์ คือการปรับธาตุทั้ง 4 ในร่างกายให้เป็นปกติ ยามเมื่อเราเจริญสมาธิภาวนา เบญจขันธ์ อันได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จะได้รับการผ่อนคลายระงับอยู่ในช่วงขณะหนึ่ง กรรมเล็กกรรมน้อยที่มีอยู่จะถูกขับออกจากขันธ์โดยการผ่อนคลายบางส่วนให้ แต่ก็จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นบ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด และจะเกิดปิติสุขติดตามมา

ขุททกาปิติ
คลายขันธ์ที่ระบบประสาททั้ง 5
มีอาการน้ำตาไหล ขนลุกชูชัน

ขณิกาปิติ
คลายขันธ์ในเส้นประสาทภายใน
รู้สึกแปลบ ๆ

โอกันตปิติ
คลายขันธ์ตามเซลล์
รู้สึกซู่ซ่าแผ่ซ่านไปทั้งตัว

อุเพ็งคาปิติ
คลายขันธ์ในโครงสร้าง
รู้สึกตัวลอยขึ้นจากพื้น

พรรณาปิติ
คลายขันธ์ตามอวัยวะต่าง ๆ
รู้สึกเย็นเอิบอาบไปทั่วทั้งตัว


5. ก้าวล่วงกรรม คนเราบางคนในอดีตเคยกระทำกรรมบางอย่างที่เป็นมโนกรรม โดยมีตนเองเป็นเจ้ากรรมนายเวร คิดถึงความผิดพลาดในอดีต แล้วเกิดทุกข์ใจ ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ทุกข์อยู่คนเดียว หากเราสำนึกผิดและคิดว่าจะไม่กระทำอีก พระพุทธองค์ทรงแนะนำให้ใช้ การอธิษฐานจิตออกจากกรรมเอง โดยการให้สัจจะว่า จะไม่คิดทำกรรมชนิดนี้อีกต่อไป

6. การอโหสิกรรม หรือการให้อภัยทาน เป็นผลให้กรรมนั้นเป็นโมฆะกรรม หลุดพ้นจากบ่วงกรรมนั้นทันที ดังนั้นหากเจ้ากรรมนายเวรใดมาก่อนปรากฏตนต่อหน้าในขณะนั้น ก็พึงประกาศขออโหสิกรรม ให้อภัยซึ่งกันและกันถ้ายินยอมกรรมนั้นก็หลุดไป ถ้าไม่ยินยอมแม้เราซึ่งเป็นลูกกรรมจะขอแล้ว กรรมนั้นย่อมจะส่งผลต่อไป สุดแท้แต่ลักษณะกรรมที่กระทำกันมา

มรรค์หนทางดับทุกข์ หนทางดำเนินสุข

ดาวทำมุม

ขอเสนอบทความเรื่องการทำมุมของดาวจร

มุมที่ให้ผลขัดๆ คือ มุมที่ดาวเป็นฉากกัน เพราะ ธาตุของดาวที่ต่างกัน แต่เราก็พิจารณาตามธาตุว่าเป็นธาตุอะไร และดาวนั้นเป็นดาวที่เข้ากันได้หรือไม่

ดาวถูกเบียนเช่นถูกเกาะแบบนี้ผลเหมือนว่าถูกรับภาระที่ต้องคอยลากกันไป ดูธาตุด้วยว่าเป็นธาตุอะไร และดาวเข้ากันได้หรือไม่

ดาวส่งกัน คือ เป็น ๑ ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ ถือว่าส่งผลดาวนั้นเข้าสู่ดาวที่รับผล ก็ไม่พ้นธาตุราศี และดาวที่เข้ากันได้หรือไม่ด้วย

เราสามารถที่จะใช้การเทียบเคียงหลักการนี้กับดาวโคจรได้ เช่น อาทิตย์จร ๑ เดือน ต่อราศี เรามเปรียบได้กับ การทายเดือนว่าจะเกิดผลอย่างไร

การใช้จันทร์ ที่จรรวดเร็ว ๖๐ ช.ม. ต่อราศี เป็นการดูช่วงวัน แบบนี้ก็ได้

โดยการดูตามมุมดาวจรที่จรทำมุมต่างๆ แล้วเทียบสัมพันธ์กับดวงเดิม ว่าเกิดเหตุอย่างไร และส่งผลไปอย่างไรโดยดูจากดวงเดิมของเขา

อย่างเมื่อคืน ๒ เข้าราศีพิจิก ถูก ๓๗ ๑๔๙ ๐ และ ๕ที่ไม่มีกำลังมากนักเพราะกำลังจะพักร ส่งให้๒ ที่เป็นดาวตัวแทนการจรประจำวัน แต่ถูก ๘ เดินถอยเข้าใส่คล้ายกับเบียนดาว ๒ และมี ๖ ราศีสิงห์ธาตุไฟ ฉากกับ ๒ ที่ราศีพิจิกธาตุน้ำ

โดย จันทร์จร ที่ราศีพิจิก ผลคือ ผมเดินแบกโหลด ๑๕ ก.ก. ระยะทาง ๑๒ ไมล์ พร้อมกับลูกชุดอีก ๑๑ คน เหนื่อยจริงๆ นี่ยังปวดบ่าอยู่นิดๆ

หวังว่าคงได้ความรู้กันบ้างนะครับ สวัสดีครับ

คนไม่กลัวราหู


เมื่อกล่าวถึงราหู ในเชิงโหราศาสตร์ จะหมายถึง ความเปลี่ยนแปลงแบบกระทันหัน รุนแรง หักโค่น เพราะราหูคือลมพายุ เวลาจะมาก็มาแบบไม่ตั้งตัว ราหูในอีกความหมายคืออำนาจมืด เงามืด หากราหูจรเข้าราศีใด ราศีนั้นก็หมอง จรเข้าทับดาวใด ดาวนั้นก็หมดแสง เมื่อเข้าทับลัคนา ชีวิตก็มืดมน เมื่อดาวราหูจรมาเล็งหรือทับลัคน์ของผู้ใด ก็มักจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตแบบตั้งตัวไม่ติด บางคนป่วยหนัก บางคนตกงาน บางคนต้องจากภูมิลำเนา สามีภรรยาต้องแตกแยกกัน บางคนสูญเสียเงินทองทรัพย์สิน ติดคุกติดตะราง ลองเจอแบบนี้คงไม่มีใครชอบราหูเป็นแน่ แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่า ราหูกลับเป็นผู้นำพาชีวิตใหม่ มาให้ด้วยเหมือนกัน อ้าว…ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ?
คุณลองคิดให้ดี ในขณะที่ราหูกำลังส่งร้ายผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนๆหนึ่ง คนๆนั้นต้องตกระกำลำบาก ต้องผจญกับสิ่งที่ไม่ดีนานับประการ ต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต จากคนที่เคยสุขสบาย มีเงินมีทองใช้ ชีวิตมีแต่ความสุข ไม่เคยพบกับความลำบาก แต่เมื่อชีวิตต้องพลิกผัน ทำให้คนๆนั้นต้องต่อสู้ดิ้นรน ต้องใช้กำลังและสติปัญญาที่มีอยู่ ทุ่มเทเต็มที่ เพื่อแลกกับความอยู่รอด ไม่เคยอดข้าว ก็ต้องอด ไม่เคยขึ้นรถเมล์ ก็ต้องขึ้น ไม่เคยยกของหนัก ก็ต้องยก สิ่งต่างๆเหล่านี้ มันค่อยๆหล่อหลอมชีวิตให้มีความเข็มแข็งขึ้นทีละน้อย โดยที่คนๆนั้นไม่รู้สึกตัวเลย
ชีวิตคนเราเมื่อมีขึ้น ก็ต้องมีลง ในทางกลับกันเมื่อมีลง มันก็ต้องมีขึ้น หลังจากที่ราหูจรจากลัคนาไปแล้ว สิ่งที่หลงเหลือไว้กลับเป็นชีวิตใหม่ที่เข้มแข็ง มีจิตใจที่มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพราะได้ผ่านช่วงที่ลำบากแสนสาหัสมาแล้ว จึงเสมือนกำเนิดชีวิตใหม่ ชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ชีวิตที่ได้รับบทเรียนมาแล้วอย่างโชกโชน
ขอฝากข้อคิดไว้ซักนิดว่า ยามใดที่ชีวิตเป็นขาลง จงใช้สติปัญญาเป็นแสงไฟนำทาง ใช้จิตใจที่เข็มแข็งช่วยประคองชีวิต ฝ่าพายุมรสุมร้ายไปให้ได้ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า “ราหูไม่มี ชีวิตที่ดีไม่เกิด” แล้วคุณจะเป็นคนที่ไม่กลัวราหู

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แนะนำหนังสือ เคล็ดลับการพยากรณ์

หนังสือเคล็ดลับการพยากรณ์ เขียนและเรียบเรียงโดย บรรเทา จันทรศร  เนื้อหาเป็นเคล็ดลับและเกร็ดความรู้ด้านโหราศาสตร์ไทยดีๆ  เหมาะสำหรับผู้ศึกษาโหราศาสตร์ไทย ที่มีพื้นฐานในระดับหนึ่ง มีการอธิบายถึง ดาว ธาตุ เยอะพอสมควร   มีการนำหลักวิชามาเปรียบเทียบกับดวงตัวอย่าง  ที่เด่นๆ จะมีการพูดถึงเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในโหราศาสตร์ไทย  ซึ่งจะพูดถึงพื้นดวง มากกว่าครับ  ลักษณะรูปเล่ม อาจจะไม่ดึงดูดเท่าไร คงมีการจัดพิมพ์มานานแล้ว  ปกสีพื้นๆ ดูโบราณๆ แต่ก็ขลังไปอีกแบบ   เป็นอีกเล่มสำหรับผู้มีความรู้พื้นฐานโหราศาสตร์ไทย ควรมีไว้เป็นตำราประกอบ ครับ


วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เบอร์โทรศัพท์ บอกอะไรคุณ ?


ทายกันสนุกๆ  นำเลข แต่ละตัวในหมายเลขโทรศัพท์ของท่านมาบวกกัน จนเป็นเลขหลักเดียว
เช่น 0851578961
0+8+5+1+5+7+8+9+6+1 = 50
ทำให้เหลือเลขหลักเดียว 5+0 = 5

เตรียมตัวรู้นิสัยเค้าคนนั้นได้เลย

     1 เจ้าของเบอร์นี้เป็นคนมีอำนาจ ชอบเป็นผู้นำ ใจร้อน ขี้บ่น แต่โกรธง่ายหายเร็ว บางครั้งก็ใจง่าย โลเลเป็นตัวของตัวเอง ถ้าคุนมีแฟนเป็นหนุ่มเบอร์นี้ยอมๆเค้าหน่อยน่ะ



     2 เป็นคนอ่อนไหวง่าย เป็นคนมีเสห่น์ พูดเพราะ ชอบทำอะไรโดดเดี่ยวคนเดียวเงียบๆ บุคลิกภายนอก ดุ เข้มแข็ง แต่ภายในอ่อนไหว ( ดูแลเค้าหน่อยล่ะกันน่ะจ๊ะ)

      3 ออกไปทางแนวซ่าๆ แบ๊ดบอย แซซซี่เกิร์ล ชอบพูดเสียงดัง ทำตัวเป็นเอบีนอร์มอล(พูดไม่ค่อยเก่ง) เป็นนักกีฬาทำอะไรต้องทำให้สำเร็จ ไม่ทิ้งไว้คาราคาซัง ( ใครเป็นแฟนเค้าก็อย่าทำให้เค้าอารมณ์บ่จอยล่ะ)

     4 เป็นนักพูดตัวยง เป็นคนสนุกสนาน เจ้าชู้ มีเสน่ห์ ( สั้นๆแต่ได้ใจความนะจ๊ะ )

      5 เป็นคนมีเหตุผล ไม่วู่วาม ขี้สงสาร ฉลาด มีปัญหาอะไรปรึกษาได้เลย ที่สำคัญเค้าไม่ชอบโกหกใคร ( เอาเป็นว่าใครมีแฟนแบบนี้ ยินดีด้วยน้า )

      6เจ้าของเบอร์นี้ร่ำรวยความรักที่พร้อมจะให้กับผู้อื่น ( เหมือนจะมีน้ำใจ ) เจ้าชู้นิดๆ มักจะหมดเงินไปกับการแต่งตัว และความบันเทิงทั้งหลาย ( จะดีใจไหมอ่ะ มีแฟนแบบนี้ )

      7 ขี้ตกใจ ขี้กังวล เวลาโกรธมากๆ มักจะขาดสติ คำพูดของเค้ามักจะก่อให้เกิดศัตรูได้ ( ดูแลกันหน่อยละกันนะ )

      8 หนุ่มสาวเบอร์นี้หลงคนง่าย ( ใจง่ายเอามากๆ )

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

หัดผูกดวงง่ายๆทางเว็บไซต์

การทำนายดวง ตามวิชาโหราศาสตร์ไทยนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ การผูกดวงเพื่อหาลัคนา ให้กับเจ้าของดวงเอง ซึ่งคนละอย่างกับราศีที่เห็นตามนิตยสารทั่วๆไป  สิ่งที่สำคัญในการผูกดวงคือ " เวลาเกิด " เพราะจะเป็นสิ่งที่นำมาเป็นข้อมูลในการผูกดวง เพื่อหาว่า ณ ที่เวลานั้นๆ ในจุดที่เจ้าชะตาเกิด มีความสัมพันธ์กับดวงดาวต่างๆในจักรวาลเป็นอย่างไร

ที่สำคัญอีกอย่างนึงก็คือ หากวางลัคนาผิด  การอ่านคำทำนายจะผิดพลาดไปทันที นักโหราศาสตร์มืออาชีพ จึงนิยม สอบลัคนา หมายถึง การสอบถามเรื่องราวสำคัญ หรือ ตำหนิต่างๆ บนร่างกาย เพื่อตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งว่า ลัคนาของท่านได้ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์รึเปล่า

วิธีการผูกดวงต้องศึกษาและมีขั้นตอนคำนวณซับซ้อน แต่เพื่อเป็นการง่ายต่อการตรวจสอบลัคนา เราสามารถใช้เว็บไซต์ช่วยในการคำนวณหาลัคนา ของเราได้ โดยเราไม่จำเป็นต้องมีความรู้โหราศาสตร์เลย


1.ก่อนอื่น ก็ให้เข้ามาที่ www.payakorn.com กันซะก่อน

2.ดูแถบรายการด้านซ้ายมือ หาคำว่า " ผูกดวงแบบสุริยยาตร์ " ( ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำราว่าจะผูกดวงแบบใด แต่ส่วนใหญ่โหราศาสตร์ไทย นิยมใช้แบบนี้)

3.กรอกข้อมูลที่สำคัญๆ  โดย วัน เดือน ปี เวลา และสถานที่เกิด เป็นข้อสำคัญมาก ยิ่งเวลาเกิด ไม่ควรคลาดเคลื่อนเลย เพราะหากคลาดเคลื่อนไป 4 นาที ราศีก็เปลี่ยนได้ ข้อนี้ต้องเอาให้แน่นอนครับ



4.ส่วนวิธีการหาลัคนา นิยมใช้ 3 อันแรก  ส่วนตัวผมแล้ว นิยมใช้ แบบที่ 3 อันโตนาทีสามัญ อาทิตย์อุทัย 6.00 น. ตัดเวลาท้องถิ่น

5.เกณฑ์ในการใช้สัมผุสดาว  เลือกเป็น สัมผุสดาว ณ เวลาเกิด


6. คลิก OK เพื่อสั่งให้เว็บหาลัคนา ให้เรา จากดวงตัวอย่าง จะเห็นได้ว่า เจ้าชะตาลัคนาราศีเมษ
( สังเกต จะมีตัวอักษร คล้ายๆ ล บอกว่า ลัคนาเราอยู่ราศีอะไร )